เมื่อสองสามปีก่อนได้มีการรณรงค์ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ยาเหลือใช้ โดยริเริ่มโครงการกล่องบริจาคยาที่หน้าห้องจ่ายยาเพื่อรับคืนยาเหลือใช้คืนเพื่อลดยาหมดอายุ พบว่ามียาเหลือคืนเป็นจำนวนมาก ยาส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพดี คิดเป็นมูลค่าประหยัดให้กบโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งนั้นกลับทำให้ได้เห็นถึงอีกปัญหา นั่นคือ ความไม่ร่วมมือจากการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ เพรายาที่มักเป็นยาโรคเรื้อรังที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าคุณลุงเป็นคนไข้โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่จำเป็นต้องได้รับยาชนิดนี้เพื่อต้านการทำงานของฮอร์โมนเพศชายที่เป็นตัวเร่งให้โรคร้ายกำเริบรุนแรงขึ้น สอดคล้องกับประวัติการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลของคุณลุง โดยญาติที่มารับยาแทนคงไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้คุณลุงไม่รับประทานยาชนิดนี้
แม้ว่าคุณลุงไม่ใช่คนแรกที่คืนยาที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ บางคนเก็บยานั้นไว้จนยาหมดอายุแล้ว สิ่งที่มากกว่ามูลค่ายาที่สูญเปล่าคือความรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพของผู้ที่ใช้ยา ยังไงเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เป็นบทเรียนที่ตอกย้ำถึงความสำคัญที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยต้องร่วมมือกันทบทวนถึงปัญหายาเหลือใช้กันต่อไป







